ในฐานะ คนอยู่ไกล ห่างบ้าน
เป็น “คนพลัดภาค” (ภาคใต้พลัดไปอยู่ภาคเหนือ)
ผมชักคิดถึงบรรดาเพื่อนนักดนตรี นักเพลงเพื่อชีวิตที่ปักษ์ใต้บ้านเกิด
เห็นที ต้องชักชวนครูเมธ ชักยาว สาวย่าน มาแหลงถึง
กันในเว็บบอร์ดนี้เสียมั่ง...
ครูเมธ อยู่ทางนครศรีฯ คงพอได้พบเพื่อนๆนักดนตรีทางใต้อยู่บ่อยๆ
ผมเอง นานทีได้กลับบ้าน ปีละหน แถมแต่ละหน ใช้เวลาส่วนใหญ่
อยู่กับพ่อ และบรรดาญาติๆ ในช่วงสงกรานต์
นานพอควรแล้ว ที่ไม่ได้พบปะกับพรรคพวกนักดนตรีเพื่อชีวิตทั้งทางนครศรีฯและจังหวัดใกล้เคียง
จนบางคน เข้าใจคลาดเคลื่อน ว่าผมหยิ่ง ไม่สุงสิงกับใคร
ไม่เหมือนครูเมธที่ยังเห็นไปขึ้นเวทีร่วมเล่น กันอย่างเนืองๆ
บางคน ยังเข้าใจ ว่าผมอยู่ที่เมืองคอน เสียด้วยซ้ำ
เป็นว่า ถ้าใครยังเข้าใจไม่ถูก ก็ให้เข้าใจนะครับ
ว่า ผมอยู่ที่จังหวัดน่าน ทำงาน และอยู่กับครอบครัวที่โน่น
ไม่สะดวกในการไปมาหาสู่...
ยังคิดถึง เพื่อนๆ
กลับบ้านมา พบครูเมธ ยังถามไถ่ ถึงคนนั้นคนนี้
อ่านที่ครูเมธ เล่าเรื่องรุงรัง แล้วให้นึกหม่นใจ
ชีวิตเพื่อนๆ นักดนตรี อัตคัด วูบวาบ
เป็นอย่างนี้ถ้วนทั่ว....
ประเทศเรา ไม่มีหลักประกันให้ศิลปิน
(ทำนองว่า คุณหาเรื่องมาเป็น(ศิลปิน)กันเอง)
จึงต้องหาหลักประกันให้ตัวเอง
บางครั้งเพื่อนกับเพื่อน ยังช่วยกันไม่ได้
เพราะแต่ละคน มีภาระต้องดูแล
ผมกับครูเมธ แม้มีอาชีพหลักเป็นข้าราชการ
แต่ด้วยความที่เรา มีสันดานเหมือนกันคือ
ไม่ชอบประจบสอพลอ เลียเจ้านาย
เราก็หาได้มีชีวิต ที่ดีล้นหลามเท่าไร
เรายังต้องมีภาระรับผิดชอบ มีหนี้ มีความไม่คล่องตัวหลายด้าน เหมือนเพื่อน
ทั้งที่เรา อุตส่าห์ เป็นศิลปิน(ผู้สร้างศิลปะ)
อย่างว่า เราเป็นกันเอง ไอ้ศิลปินพรรค์นี้ เป็นแล้วไม่ค่อยหาย
อย่างดีแค่ทุเลา....
ยืนยันว่า ที่พอลืมตาอ้าปากได้บ้าง
ก็คือการพยายามขวนขวาย หาความรู้ใส่ตัว
ทั้งนอกระบบ และในระบบ
(ในที่สุด ผมก็เรียนจบปริญญาโท ติดตามครูเมธไป
ทั้งที่ ใบปริญญา ยังให้ชีวิตที่ดีไม่ได้
จบป.โท มาก็ยังเขียนเพลงได้ไม่ดีกว่าเดิม..คงไม่เกี่ยวกัน)
เป็นว่า ผมนึกถึงเพื่อนๆ และคิดที่จะชักชวนครูเมธ
มาตั้งวงนินทาเชิงบวก บรรดา เพื่อนๆนักดนตรีเพื่อชีวิตภาคใต้
จากความทรงจำของเราสองคน
ใช้ชื่อว่า “ชักย่าน นักเพลงเพื่อชีวิตใต้”
โปรดติดตามอย่างกระชั้นชิด ที่นี่
เร็วๆนี้....