ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงปี่ซังข้าวของสะพาน ทำให้ผมนึกถึงอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กวิ่งเล่นอยู่ตามท้องทุ่ง ปี่ซังข้าว, ดาบไม้ปอ, ว่าวนก ล้วนเป็นสิ่งที่เคยได้สัมผัสมาทั้งสิ้น บทเพลงสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของเด็กชนบท(ในยุคนั้น)ได้ดีเลยทีเดียว สำหรับคนที่เคยสัมผัสมาเมื่อได้ฟังแล้วคงรำลึกถึงภาพในอดีตได้ไม่ยากนัก แม้บางช่วงบางตอนอาจเลือนลาง แต่ก็ไม่ถึงกับลืมเลือนไปเสียทั้งหมด
ทุกวันนี้เรื่องราวต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ท้องนากลายเป็นทุ่งหญ้ารกร้าง ผู้คนหลั่งไหลเข้าสู่เมือง ภาพของเด็กน้อยนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในร้านอินเตอร์เน็ต วัยรุ่นหนุ่มสาวจับคู่ซิ่งรถมอเตอไซด์โฉบเฉี่ยวไปมา เหมือนกบกอดคู่ช่วงต้นฤดูฝน มีให้เห็นอยู่ดาษดื่น จากแสงไต้ แสงตะเกียง เปลี่ยนเป็นแสงจากหลอดไฟนีออน สปอตไลท์ จากสะพานไม้หมาก เปลี่ยนเป็นสะพานคอนกรีต จากความรักไคร่กลมเกลียวในอดีต กลับกลายมาเป็นการเข่นฆ่างล้างผลาญอย่างน่าอนาถเพียงเพราะความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน
ขอให้สะพานสร้างสรรค์ผลงานเชื่อมโยงยุคสมัยออกมาเรื่อยๆนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ...
แตกต่างแต่ไม่แตกแยก ครับพี่น้องครับ