ความขัดแย้งระหว่างสองเพื่อน มาลีฮวนน่า มีมานานหลายปี
จนยากที่จะกลับมาเหมือนเก่า
จนบัดนี้ ยังมีการตามล่า ตามฟ้องกันอย่างไม่ลดละ
โดย คุณธงชัย รักษ์รงค์ เจ้าของลิขสิทธิ์ เพลง บริษัทดรีม เรคคอร์ด
ฟ้องร้องคุณคฑาวุธ ทองไทย นักร้องนำวงมาลีฮวนน่าละเมิดลิขสิทธิ์
แฟนเพลงมาลีฮวนน่า คงไม่สบายใจ กันในเรื่องนี้
หลายคนสงสัยสาเหตุแห่งความขัดแย้ง ความเป็นมาเบื้องหน้าเบื้องหลัง
ผมเองไม่ทราบเท็จจริงเรื่องนี้
มีแต่ความเป็นห่วง และไม่สบายใจไปด้วย
อยากให้ทุกอย่างยุติ ทั้งคู่เจรจากันได้
เพื่อร่วมใช้ลิขสิทธิ์เดิม รวมทั้งสร้างสรรค์ลิขสิทธิ์ใหม่ขึ้นมา
ณ ตรงนี้ ผมไม่พาดพิงความสัมพันธ์ของสองเพื่อน
แต่ขอกล่าวถึงเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์
ในฐานะที่ผม และครูเมธ ในนามวงสะพาน
เราสร้างงานเพลง และต้องเกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์เพลงอยู่
ผมลองมาศึกษาเรื่องลิขสิทธิ์เพลง คร่าวๆ ในเบื้องต้น พบว่า
*โดยปกติในเพลง 1 เพลงจะมีลิขสิทธิ์และสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองอยู่ 5 ประเภทคือ
1. ลิขสิทธิ์ในเนื้อร้อง ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คือ ผู้แต่งเนื้อร้องของเพลงแต่ละเพลง
2. ลิขสิทธิ์ในทำนองเพลง ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทำนองเพลงคือ ผู้แต่งทำนองเพลง
3. ลิขสิทธิ์ในการเรียบเรียงเสียงประสาน ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คือ ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน
4. ลิขสิทธิ์ในงานบันทึกเสียง ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คือ บริษัทค่ายเทปเพลง
ที่เป็นผู้บันทึกเสียงนักร้อง ทำนอง เนื้อร้อง และการเรียบเรียงเสียงประสานลงในเทปต้นฉบับ (Master Tape)
5. สิทธินักแสดงของนักร้อง ผู้ที่เป็นเจ้าของสิทธินักแสดงคือ นักร้องซึ่งเป็นผู้ร้องเพลงแต่ละเพลง
ดังนั้น ในเพลงหนึ่งเพลงที่บรรจุไว้ในเทปหรือแผ่นซีดีรอมจะมีลิขสิทธิ์หลายประเภทและ สิทธินักแสดงรวมอยู่
จึงมีเจ้าของลิขสิทธิ์หลายราย
อย่างไรก็ตาม
ในทางปฏิบัติบริษัทค่ายเทปเพลงส่วนใหญ่มักจะทำสัญญาโอนสิทธิ
และลิขสิทธิ์ ทั้งหมดมาเป็นของค่ายเทปเพลงแต่เพียงผู้เดียว
เมื่อมีการนำเอาเพลงมาทำใหม่
โดยเปลี่ยนตัวนักร้องและการเรียบเรียงเสียงประสานแบบใหม่
เพื่อขายแก่ประชาชน ผู้ทำจะขออนุญาต ใช้ลิขสิทธิ์เฉพาะในส่วนของเนื้อร้องและทำนอง
แต่ไม่สนใจการเรียบเรียงเสียงประสาน
ทำให้บางครั้งการเรียบเรียงเสียงประสานของดนตรีเก่าและใหม่จะคล้ายกัน อย่างมาก
จึงเกิดคดีฟ้องร้องขึ้น...!
ในความผิดฐานทำซ้ำดัดแปลงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
แนวทางการวินิจฉัยคดีในต่างประเทศที่ทนายความหรือผู้พิพากษาที่พิจารณา
เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ การเรียบเรียงเสียงประสานมักใช้ในการต่อสู้หรือพิจารณาคดี
คือ การทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงนั้น
เป็นการทำซ้ำหรือก็อบปี้การเรียบเรียงเพลงในส่วนที่เป็นสาระสำคัญหรือไม่
เพราะหากเป็นการทำซ้ำส่วนที่ในไม่ใช่สาระสำคัญ
หรือทำซ้ำในส่วนที่เป็นทำนอง หลักทั่วไป
ก็ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ซึ่งศาลต่างประเทศจะวินิจฉัยโดยฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในการแต่งเพลง
ไม่ได้ฟังจากตัวเนื้อเพลงหรือทำนองเพียงอย่างเดียว
เพราะเพลงแต่ละเพลงจะมีส่วนประกอบที่ละเอียดซับซ้อนจนหูของมนุษย์แยกแยะไม่ ได้
กล่าวคือ เพลง 1 เพลงจะประกอบด้วย
-ทำนอง (melody)
-เสียงประสาน (harmony)
-และจังหวะ (rhythm)
การนำทำนอง เสียงประสาน และจังหวะมารวมกันให้ความสั้นยาว
ทุ้มหนักหรือเบา โดยผสมเสียง จัดเรียงตัวโน้ต หรือระดับเสียง จนน่าฟังนั่นแหละ
ที่เรียกว่า "การเรียบเรียงเสียงประสาน"
แนวปฏิบัติที่นักแต่งเพลงมักใช้กันในการดูว่า
การเรียบเรียงเสียงประสานของเพลง 2 เพลงเหมือนคล้ายหรือไม่นั้น
จะพิจารณาดูว่า การทำซ้ำการเรียบเรียงในเพลงแต่ละส่วนว่า
มีการทำซ้ำเกิน 8 บาร์ ขึ้นไปหรือไม่
โดยดูประกอบกับการเรียบเรียงจำนวนโน้ตเพลงที่ซ้ำกันในแต่ละวรรคของบันไดเพลง
หากจำนวนบาร์ซ้ำกันเกิน 8 บาร์ขึ้นไป
และตัวโน้ต การเรียบเรียงซ้ำกันเกิน 5 ตัวโน้ต
ก็อาจจะถือว่าเป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลง
ซึ่งสาระสำคัญของลิขสิทธิ์การเรียบ เรียงเสียงประสานได้
อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ดังกล่าวก็อาจมีข้อยกเว้น
ในกรณีที่เป็นการเรียบเรียงเสียงประสาน คำร้องทำนองในเพลงซิมโฟนีออเคสต้า
ซึ่งการทำซ้ำจำนวน 8 บาร์ หรือจำนวนตัวโน้ตที่มากกว่า 4 ตัวขึ้นไป
ก็อาจไม่ถือว่าผิดกฎหมายลิขสิทธิ์
เพราะเป็นการเล่นทำนองซ้ำไปซ้ำมา
จึงต้องพิจารณาองค์ประกอบโดยรวม
ดังนั้น ก่อนที่จะนำเพลงลิขสิทธิ์ของใคร ไปทำต่อ
ไม่ว่าจะเป็นค่ายเพลงหรือผู้ประกอบ การที่ทำธุรกิจดาว์นโหลดริงโทน
ก็ควรขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ให้เป็นที่เรียบร้อย
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาข้อโต้แย้งในทางกฎหมาย
ไม่ว่าเรื่องฟ้องร้อง ระหว่างสองเพื่อนมาลีฮวนน่า
จะดำเนินไป และสิ้นสุดลงอย่างไร...
ผมขอเอาใจช่วยทั้งสองเพื่อน
อย่าให้ประสบความปราชัย จนเกิดความเสียหายแก่ชีวิต ทั้งคู่...
ผมและครูเมธ สะพาน เราโล่งอกไปเปราะหนึ่ง
ที่น้องๆ ช่วยกันยุบกิจการบริษัทเอ๊กโซติค ที่คอยดูแลงานเพลงสะพานเสียได้
บริษัท ถูกยุบไปแล้ว แต่เรายังจับคู่และรวมกลุ่มกันทำงานเพลงต่อไปอีกเท่านาน
ผมก็เหมือนแฟนเพลงมาลีฮวนน่าทั่วไป
ที่ยังอยากให้ ทั้งสองเพื่อนมาลีฮวนน่า
ตั้งโต๊ะเจรจา เรื่องลิขสิทธิ์กันใหม่ให้ลงตัว
ดีกว่าจะมาไล่ล่าตามฟ้องไม่ให้ร้องเพลง กันอย่างนี้
หากมองดีๆแล้ว ประชาชนคนฟัง เสียประโยชน์....นะครับ
*อ้างอิงจาก ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ กรุงเทพฯ--24 มิ.ย. 2547 บริษัท กิลเบิร์ต รี้ด แอนด์ คอมปานี จำกัด