
หัวเช้าวันนั้น มีเวลาได้เดินเล่นไปเรื่อย ตามประสาคนคิดไหรไม่ออก ได้ไปพบเด็กตาบอดคนหนึ่งนั่งขอทานอยู่ ข้างหน้าเขามีหมวกใบเล็กๆ อยู่หนึ่งใบ เพื่อคอยรับเศษเหรียญ ของคนที่เดินผ่านไป ผ่านมา อยู่ริมฟุตบาตนะ ข้างหน้าเขาก็ยังมีป้ายเล็กๆ เขียนว่า "ช่วยผมด้วย ผมตาบอด" และแล้วในเวลาต่อมา ก็ได้มีชายวัยฉกรรจ์คนหนึ่งเดินมา แล้วก็เดินมา

อิ อิ... เขาล้วงเอาเหรียญในเป้าเสื้อตัวที่คิดว่าเขาใส่แล้ว เขาหล่อ ค่อยๆใส่... ค่อยๆใส่..ลงในหมวก สายตาเขาเหลือบมองป้ายเล็กๆนั้นไปด้วย หลังจากที่เขาใส่เหรียญลงในหมวกแล้ว เขาก็ค่อยๆหยิบป่ายนั้นขึ้นมาเขียนใหม่ แล้วตั้งไว้เหมือนเดิม สักพัก คนที่เดินผ่านไป ผ่านมา ต่างก็หยิบเหรีญยของแต่ละคนใส่ในหมวก เหรียญแล้ว เหรียญเล่า จนตกตอนเย็น เหรียญก็เต็มหมวก และแล้วชายวัยฉกรรจ์คนเดิม คนที่มาเขียนป้ายให้ใหม่เมื่อตอนเช้า ก็เดินมาที่เด็กคาบอดคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง แต่เด็กตาบอดคนนี้จำเสียงฝีเท้าได้ จึงเอ่ยปากถามว่า "พี่เขียนอะไรลงในป้ายของผม" ชายคนนั้นตอบว่า....อยากรู้กันไหม..... อยากรู้ไหม....

แฮะ แฮะ....สักเดี๋ยวชายคนนั้นก็พูดขึ้นว่า พี่เขียนว่า "วันนี้ท้องฟ้า สดใส สวยงามมากเลย แต่ผมไม่มีโอกาศจะได้เห็นมัน" เท่านี้เอง มันเป็นความหมายเดียวกันข้อความแรก แต่มันจะสอนอะไรบ้าง ก็คิดกันเอาเองนะครับ วันนี้เท่านี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมเข้ารายการเล่า บ๊าย

( ทุกวันนี้ ผมทำงานคืนให้กับสังคมอยู่ ถึงแม้มันจะไม่มีฟีตแบ็คอะไรกลับมา ก็ไม่พรือไช่ไหม )