ผู้เขียน หัวข้อ: สุราษฎร์  (อ่าน 1707 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

toob

  • กลุ่มยังมั่ง(ตั้งกระทู้ปานกลาง)
  • ***
  • กระทู้: 124
  • พลังน้ำใจ +2/-0
  • เพลงยังอยู่...
    • ดูรายละเอียด
สุราษฎร์
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2009, 09:38:42 AM »
พิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ทางไท คอลัมน์ "วิถีอิสระ"
เผยแพร่ทาง เว็บไซต์เอ๊กโซติก ๒๕๔๗ ถีง ๒๕๕๒
โดย : สุเมธ สอดจิตต์

<<ตอนที่ ๒๓>> สุราษฎร์

               ข้าพเจ้าเลี้ยวรถเข้าจอดใต้ร่มเงาไม้ ณ ลานบ้านของเขา  หลายวันที่ห่างเหิน ไร้ข่าวคราวว่าเป็นอยู่กันอย่างไร  วิถีคนบนถนนดนตรีนั้นข้าพเจ้าพอซึมซับได้  ภาวะอัดอั้น อยากระบายงานเพลงสู่สังคมเพื่อคนร่วมรับฟัง ทำงานรับใช้และสะท้อนภาพจริงของคนชั้นรากหญ้า เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้ต้องเป็นศิลปินให้ได้  จึงมั่นใจในศรัทธาเพลงที่กลั่นจากฐานความคิดของการเป็นราษฎรที่ดี  สร้างชื่อเสียงให้สมนาม “สุราษฎร์” ทำหน้าที่นักร้อง นักแต่งเพลง  นักดนตรี เป็นผู้นำชาวคณะ “ราษฎร” แห่งเมืองคอน

               ชายหนุ่มร่างผอมสูง  ไว้ผมยาวประบ่า ใส่เสื้อลายดอกไม้หลากสีเดินออกมาต้อนรับแล้วนั่น  เขาแย้มยิ้มเห็นริมฝีปากประดับหนวดแหลม  ยกมือไหว้ เชิญนั่ง แล้วปลีกตัวไปชงกาแฟเลี้ยงรับผู้มาเยือน  ข้าพเจ้าเอนพักพิงเก้าอี้ไม้  รำลึกหลายเรื่องราวที่สุราษฎร์เคยเล่าถึงชีวิตส่วนตัว

               “ผมเกิดที่สุราษฎร์ธานี  จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖  ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เพราะฐานะยากจน  ต้องช่วยแม่พายเรือขายของชำตามลำน้ำตาปี  จนเริ่มหนุ่มจึงเดินทางเข้าไปทำงานในโรงงานเคาะสังกะสีที่กรุงเทพฯ  อยู่ท่ามกลางเสียงดังกวนประสาทอย่างแรงได้สองปี  ไม่ไหวครับ  หูจะแตกตาย  เลยถือโอกาสแอบปีนรั้วโรงงานไปหัดเล่นดนตรีตามข้างถนน”

               สุราษฎร์เล่าประสบการณ์ช่วงวัยรุ่นด้วยอาการหัวเราะเย้ยเยาะชีวิตอย่างแสนเซ็ง  ข้าพเจ้านั่งยิ้ม  จิบกาแฟแล้วพยักหน้าขอฟังต่อ

               “เริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ ๑๘ ปีครับ เครื่องดนตรีชิ้นแรก คือ กีตาร์  ส่วนครูดนตรีคนแรก คือ อานะ  นาคร  และมีนักดนตรีสายพันธุ์เพื่อชีวิตที่เป็นครูคอยชี้แนะอีกหลายท่าน เช่น อ.อู๊ด  วัฏจักร, อ.ติ๊ก  สันกาลา, อ.นิยุติ  สงสมพันธุ์ , อ.ติ๊ก  ไทลากูน, อ.ภิญโญ  ด้ามขวาน”

               สุราษฎร์เว้นช่วงการพูดคุย  นั่งนึกถึงนักดนตรีหลากหลายที่คอยชี้แนะทักษะและการดำรงอยู่บนถนนดนตรี  เขาแคะเอาประสบการณ์ค่อนข้างละเอียดมาวางแบ จนข้าพเจ้าจดจำแทบไม่หมดสิ้น  คนหนุ่มเคยเล่นดนตรีตามริมฟุตปาทช่วยโครงการอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนโรงเรียนนพกะ  วัดปากบ่อเขตพระโขนง  กรุงเทพฯ  เคยตระเวนเล่นดนตรีตามผับตามบาร์และร้านอาหารใหญ่ๆ ในเมืองกรุง  อาทิ  “ร้านตะวันแดงสาดแสงเดือน”  และ “ร้านพรรคกระยาจก”  เคยเรียกร้องสิทธิมนุษยชน  เสรีภาพและประชาธิปไตย  ร่วมกับนิสิตนักศึกษาประชาชน  ในนามองค์กรประชาชน  คือกลุ่ม  “แนวร่วมประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตย”  อันมี “ลุงดวง  พลีรัตน์”  เป็นประธานองค์กร  มีอุดมการณ์ร่วมด้วยการเล่นดนตรีไม่ว่าเวทีใดโดยไม่มีค่าจ้าง  อย่างเช่นเวทีลาน ส.ว.ป. มหาวิทยาลัยรามคำแหง  เวทีท้องสนามหลวง  หน้ารัฐสภา  หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  หรือตามวัด  ตามโรงเรียน และชนบทห่างไกล  เคยไปเล่นดนตรีหารายได้ช่วยชาวเขาเผ่า “อาข่า” ที่ จ.เชียงราย  และชาวเลฝั่งอันดามัน เผ่า “มอแกน”  ร่วมสร้างโรงเรียนสุรัสวดี กับกรมประมง  จ.พังงา  และอีกหลายพื้นที่ตามถิ่นทุรกันดาร

               ชายหนุ่มเล่าอย่างสนุกสนานถึงประสบการณ์ชีวิตระหกระเหินจนเลือกแล้วที่จะเป็นศิลปินเท่านั้น  เขายืนยันความเป็นศิลปินโดยการยื่นผลงานแผ่นซีดีเพลงที่ได้บันทึกเสียงเป็นครั้งแรก ในลักษณะงานใต้ดินให้ข้าพเจ้า

               “ยังไม่จัดจำหน่ายบนแผงเทปทั่วไป  หากสนใจสามารถหาซื้อได้ตามงานต่างๆ ที่วงราษฎรได้แสดง”  สุราษฎร์กล่าวยิ้มๆ อย่างภาคภูมิใจ

               “ทำเอง!  ขายเอง!” ข้าพเจ้ากล่าวย้ำความคิดเพื่อการเป็นศิลปินนอกกรอบ

               “ใช่! - เบื่อนายทุน!!” สุราษฎร์กล่าวกระแทกเสียง  ใช้ฝ่ามือตบต้นขาฉาดใหญ่  สองเราหัวเราะผ่อนคลาย

               “อัลบั้มแรกนี่ใช้ชื่อชุด “หัวใจบรรเลง” นะครับ  ทำงานกันที่กรุงเทพฯ  เสร็จมาเกือบสิบปีแล้วสิ  ตอนนั้นก็มีสมาชิกคือ ผม - สุราษฎร์  ชุมภูแดง, สุธานี  ชุมภูแดง  และ เสาวรส  จันทร์เรืองฤทธิ์  เพลงในอัลบั้มก็มี  หลวงพ่อจ้อย  อย่าเห็นแก่ตัว  หัวใจมิตรภาพ   สาวสะตอ  ทะเล – สวน  สาวหินหลัก  เผาโรงเรียนทำพรือ   ชีวิตมอแกน  ยาจกจริงใจ  เพลงทั้งหมดแต่งคำร้องและทำนองเองครับ”

               ข้าพเจ้าพลิกดูปกซีดี อ่านดูรายชื่อเพลง  เขากล่าวถึงความมุ่งมั่นในการทำงานดนตรีว่า

               “ในขณะชีวิตผกผันอย่างจัง! แต่ยังคงทำงานทางดนตรีต่อเนื่อง  เขียนเพลงเป็นประจำ  สะท้อนตามเหตุการณ์และความรู้สึก  ควบคู่ไปกับการตระเวนเล่นดนตรีหาประสบการณ์   เพื่อผลงานที่ดีต่อไปน่ะครับ”

               กาแฟโดนจิบจนหยดสุดท้าย  ข้าพเจ้ารินน้ำอุ่นล้างก้นแก้ว  เริ่มต้นรินน้ำชาแล้วแลกเปลี่ยนทัศนะและความฝันทางดนตรีประสาคนหนุ่ม

               สุราษฎร์กล่าว “อยากให้รัฐบาลมีหน่วยงานรองรับ อุ้มชูคนทำงานด้านวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของผู้ยากไร้  เพื่อสิทธิมนุษยชน  เสรีภาพและประชาธิปไตย เพื่อความสมดุลทัดเทียมไม่ต้องอัตคัดฝืดเคือง  สมมุติถ้าเป็นจริงได้ต้องผลักดันให้มี “กรมดนตรี”  อย่างเป็นรูปธรรมขึ้นมา  เพื่อสนับสนุนและให้ความชัดเจนแก่คนทำงานอย่างแท้จริง  เพราะดนตรีมีบทบาทสำคัญทางอารมณ์  ความคิด  ชีวิตและจิตใจ”

               เขาหยุดจิบน้ำชาชั่วครู่  แล้วกล่าวต่อ

               “ความใฝ่ฝันในการทำงานทางดนตรีของผมก็เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรม เพื่อคนดีแห่งแผ่นดินและคนจนของชาติ  เพื่อธรรมชาติและทรัพยากรให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานสืบไป”

               คุยกันอย่างยืดยาว  สุราษฎร์มีเรื่องเล่ามากมายให้หัวเราะร่วมกัน  เมื่อสบเวลางาม ข้าพเจ้าบอกลาคนหนุ่ม  อยู่คนเดียวย่อมได้รำพึงถึงชีวิตตน  ช่างโชคดีเหลือเกินที่ไม่ต้องเดินทางเข้าโรงงานเคาะสังกะสี ทำงานเบื่อหน่ายซ้ำซากจนถึงขั้นแอบปีนรั้วเพื่อหนีไปเกลือกกลั้วอยู่กับกีตาร์เช่นเขา  แต่นั่นล่ะ  คนหนุ่มย่อมมีกำไรชีวิตต่างกัน  คือต้นทุนอันเปี่ยมวัตถุดิบที่รอวันสร้างสรรค์  หากชีพนี้ได้ปวารณาแล้วว่าขอเป็น “ศิลปินเท่านั้น”  สักวันหนึ่งเพื่อนมนุษย์ระดับรากหญ้าคงได้ฟังเพลงจากน้ำมือของคนสามัญ..

               ผู้ขอเป็นราษฎรที่ดี...



สุราษฎร์ ชุมภูแดง (แถวนั่ง–ซ้ายสุด) ถ่ายรูปร่วมกับส่วนหนึ่งของสมาชิกวงด้ามขวาน สะพาน ไทลากูน และราษฎร
ณ ลานบ้านพระจันทร์เรืองฤทธิ์ กลางปี ๒๕๔๗
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 21, 2009, 10:58:55 PM โดย toob »

พืช สะพาน

  • Administrator
  • เฒ่าเถร&เฒ่าถัม(ตั้งกระทู้มากที่สุด)
  • *****
  • กระทู้: 533
  • พลังน้ำใจ +20/-0
  • ยัีงทอดยาวเท่านาน...สะพานเพลง
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: สุราษฎร์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2009, 08:28:23 AM »
สุราษฎร์ คือ...ราษฎรที่ดี
ว่ากันเช่นนั้น...
เขาเป็นเจ้าบ้าน "พระจันทร์เรืองฤทธิ์"  ละแวกชานเมืองนครศรีฯ
เป็นที่ ที่นักดนตรีใต้ดินถิ่นใต้ มักไปสุมหัวกัน
แจมเพลง แจมของเหลว ของแข็ง และก๊าซ...

ผมไม่ได้ไปบ่อยๆ เหมือนครูเมธ ที่แวะเวียนประหนึ่งบ้านตัวเอง
นานๆที ได้ล่อ(โผล่)ไป
ทุกครั้งจะเห็นรอยยิ้มชวนฝันของเจ้าบ้าน ของสุราษฎร์ และสาวปุ๊
กับการต้อนรับที่ดี
และมักได้พบใครๆ  ที่เป็นศิลปินๆ ที่นั่น

อยากทราบเรื่องราวที่เป็นปัจจุบันของสุราษฎร์
คงต้องครูเมธ มาจาระไน ไขขาน...

toob

  • กลุ่มยังมั่ง(ตั้งกระทู้ปานกลาง)
  • ***
  • กระทู้: 124
  • พลังน้ำใจ +2/-0
  • เพลงยังอยู่...
    • ดูรายละเอียด
Re: สุราษฎร์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2009, 10:57:59 PM »
บันทึกจากคอลัมน์ “วิถีอิสระ” ประจำ หนังสือพิมพ์ทางไท โดย สุเมธ สอดจิตต์

พิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ทางไท คอลัมน์ "วิถีอิสระ"
เผยแพร่ทาง เว็บไซต์เอ๊กโซติก ๒๕๔๗ ถีง ๒๕๕๒

<<ตอนที่ ๒๐>> บ้านพระจันทร์เรืองฤทธิ์

               เสียงเพลงยังขับกล่อมอยู่แทบทุกวี่วัน  มันเป็นเช่นนั้นตั้งแต่เขาและเธอหันหลังให้เมืองกรุงเพื่อกลับมาอยู่บ้าน ทั้งคู่เหนื่อยล้าและบาดเจ็บจากการเล่นดนตรีตามสถานบันเทิงในเมืองใหญ่  วัยหนุ่มอันงดงามได้บ่มเพาะประสบการณ์จากหลายถิ่นที่  แวดวงดนตรีในเมืองกรุงสั่งสมความคิดให้ตระหนักว่าควรรับผิดชอบต่อสังคมเป็นที่ตั้ง

               เมื่อชายหนุ่มหัวหน้าครอบครัวเริ่มต้นเขียนเพลง  เขาจึงมั่นในอุดมการณ์ประสาเพลงเพื่อชีวิตอย่างเอาจริง  จนค่ายเพลงหนึ่งเห็นดีงามให้เงินเข้าห้องบันทึกเสียง  บัดนั้น เพลงจากใจจึงได้ระบายปลดปล่อย  เมื่อผลงานเสร็จสมบูรณ์และได้ยื่นให้ผู้ชี้ขาดของบริษัทต้นสังกัดรับฟังอย่างภาคภูมิ  บทเพลงที่หนึ่งและสองทำหน้าที่ของเพลงผ่านเครื่องเล่นระบบมินิคอมโป้ไปตามลำดับ  ท่านผู้ชี้ชะตาเพลงเริ่มเล็งเห็นว่าอนาคตการขายน่าจะไปได้สวย

               แต่ครั้นเพลงที่สามอันสะท้อนภาพการศึกษาในสามจังหวัดชายแดนใต้ถูกนำเสนอ   ท่านผู้ชี้ขาดก็สะดุ้งสุดขีด  ผลงานที่ตั้งคำถามต่อสังคมว่า “โรงเรียนถูกเผาทำไมครับ?” ไม่ผ่านการพิจารณา  โอกาสพิสุทธิ์ในฐานะผู้สร้างสรรค์พลันสลาย  เขาและเธอเสียใจอย่างสุดซึ้ง  โลกดนตรีในระบบค่ายเพลงไม่มีที่ว่างให้แล้วสำหรับคนทำเพลงตีแผ่ปัญหาสังคม  หลังจากนั้นไม่นาน  พวกเขาจึงหันหลังลาเมืองกรุงกลับถิ่นรักแดนปักษ์ใต้อย่างบอบช้ำ

               ที่เมืองพระ – นครศรีธรรมราช  โชคดียังมีอยู่  เมื่อทั้งคู่เพิ่งได้รู้ว่ามรดกบ้านหลังงามอันเคยเป็นอดีตร้านอาหารคือทรัพย์ชิ้นเอกที่ทางญาติพี่น้องมอบให้  พวกเขาจึงได้อาศัยบ้านหลังนั้นให้บริการอาหารและเสียงเพลงแด่ผู้ผ่านทางมาร่วมหลายฤดูฝน
   
               “บ้านพระจันทร์เรืองฤทธิ์”  คือชื่อในฐานะร้านอาหารที่ทางฝ่ายชายบัญญัติไว้เพื่อเป็นเกียรติแด่ต้นตระกูลของฝ่ายหญิง   เรือนไม้สองหลังวางเคียงคู่  แวดล้อมด้วยแมกไม้   ด้านหลังจรดทุ่งกว้าง  ด้านข้างอยู่ชิดลำห้วย  ส่วนด้านหน้าอยู่ติดถนน  หากคุณขับรถไปตามเส้นทางลัดจากตลาดหัวอิฐสู่ศาลากลางของเมือง  เมื่อถึงสะพาน “คลองห้วย” คุณก็ย่อมได้สัมผัสบรรยากาศสงบ  เปี่ยมมิตรภาพและเสียงดนตรี  ณ บ้านพระจันทร์ฯ แห่งนี้  ได้ทำหน้าที่ต้อนรับผู้ผ่านทางตามวิถีแห่งดวงจันทร์มามากมาย 

               “สุราษฎร์” หนุ่มผมยาวผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว  ทำหน้าที่นักสู้เพื่อพระจันทร์ได้เรืองฤทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบ   ทั้งเล่นดนตรี  เสิร์ฟกับข้าว  เสวนากับแขก  ปัดกวาดโต๊ะเก้าอี้  ถากถางหญ้ารก  และจัดระเบียบต้นไม้  หากชีวิตในบ้านหลังใหญ่ดูหนักอึ้งเกินกำลังนักดนตรีร่างผอมจะต้านทานไหว  เขาก็เลือกขี่มอเตอร์ไซค์เดินทางหาวัตถุดิบเพื่อที่จะกลับมานั่งแต่งเพลง ณ ที่เดิม

               “ปุ๊  สาวนุ้ย”  หญิงสาวร่างเล็กกะทัดรัด คู่ชีวิตของสุราษฎร์   เธอคือนักแสวงหาบนสายธารเพลงเพื่อชีวิตที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง  ที่บ้านหลังนั้น  คุณจะเห็นเธอเป็นแม่บ้าน  แม่ครัว  พนักงานต้อนรับ  พนักงานบัญชี  พนักงานเสิร์ฟ  ร้องเพลงและเล่นกีตาร์   ทั้งยังปลีกเวลาไปศึกษาวิชาดนตรีในการเรียนภาคสมทบที่มหาวิทยาลัยใหม่ของเมือง  เหล่านี้นับเป็นภาระอันหน่วงหนักในฐานะลูกผู้หญิงผู้เป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งชานเมือง

               บ่อยครั้งที่ทั้งสองทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย  อยากหยุดพักวางกิจการภายในร้านเพื่อสัญจรเล่นดนตรีรับใช้สังคม  พวกเขาก็เพียงปิดร้านโดยพาดไม้ไผ่ไว้กับเสารั้ว  หากมีใครผ่านทางและอยากนั่งเล่นในร้านพระจันทร์  เขาเหล่านั้นก็แค่เปิดประตูไม้ไผ่ เลี้ยวรถเข้าจอดและเดินไปบริการตนเอง  น้ำแข็งหลอดอยู่ในลัง  เบียร์เย็นฉ่ำแช่ในลังนั้น   แก้วน้ำวางที่ใกล้  เชิญคุณหยิบ ดื่มและนั่งเล็มบรรยากาศเงียบสงบจนสุขสม แล้วค่อยเขียนข้อความสั้นๆ วางไว้ที่เคาน์เตอร์  “คุณสุราษฎร์ครับ  คุณปุ๊ครับ  ผ่านทางมาย่อมคอแห้งผาก  อยากจิบน้ำและเบียร์เย็นๆ  พวกเราบริการตัวเองไปเรียบร้อยแล้วครับ  เมื่อมีโอกาสงาม  จะกลับมาจ่าย  ลงชื่อ...”  แค่นี้คือวิธีการซื้อขายประสาคนรู้ใจที่ดำเนินไป ณ บ้านพระจันทร์ฯ

               ชีวิตนักดนตรีรากหญ้าได้ทำกินอยู่ในร้านอาหารเล็กๆ  ดำรงชีพอย่างพอเพียงตามอุดมการณ์ศิลปะ  รายรับและรายจ่ายหมุนวนขึ้นๆ ลงๆ เช่นกระแสน้ำ  หากช่วงใดร่างกายล้า เงินได้ก็ย่อมทรุดตามเป็นธรรมดา  เหล่าเพื่อนนักดนตรีและผู้เคยเวียนเข้าออกก็ร่วมกายใจคิดกิจกรรมให้กิจการของเพื่อนดำรงอยู่  ช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์  งานเดือนสิบ  วันลอยกระทง  จึงคล้ายวาระนัดหมายให้เพื่อนมาประชุมเพลง  ต่างงัดเครื่องดนตรีคู่กายทำการแสดงแบบเล็กๆ และเป็นกันเองเพื่อท่านผู้ชมที่รู้ใจได้สุขสันต์ฮาเฮ  บรรยากาศการแจมเพลงอย่างสนุกสนานจึงมีขึ้นเป็นประจำทุกปีที่บ้านของพระจันทร์

               ปีนี้ชาวบ้านพระจันทร์เรืองฤทธิ์บาดเจ็บหนัก  ผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้คนไม่อยากเสพเพลงอารมณ์ฝัน   แขกผู้ใช้บริการหดหาย  รายจ่ายไม่สมดุลกับรายรับ  พวกเขาไม่รู้จะประคองร้านได้ยังไงไหว  แต่งเพลงไว้จนกระดาษกองสูงเท่าลูกหมาที่เลี้ยงก็ยังขายใครไม่ได้  อัดเพลงชุดใหม่ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องบันทึกเสียง   ค่าครองชีพสูงขึ้น  เดินทางไปเล่นดนตรีกับคณะ  ได้รับค่าตัวเพียงน้อยนิด หักค่าน้ำมันรถเหลือเงินเพียงหยิบมือพอซื้อสายกีตาร์สักสองชุดกับไม้กลองสักคู่ล่ะกระมัง  เพื่อนฝูงต่างเอาใจช่วย  ใครคนหนึ่งที่เวียนเข้าออกนึกถึงโครงการดีตามวิถีไทย  หลุดคำพูดออกมาว่า “สุราษฎร์  จัดเลี้ยงน้ำชากันสักยกเถอะ!  ผมอาสาช่วยค่าใช้จ่ายเบื้องต้น”  ไม่กี่วันต่อมา  เพื่อนคนนั้นก็โอนเงินเข้าบัญชีถึงห้าพันบาท  สุราษฎร์กับคู่ชีวิตจึงใช้เงินก้อนนั้นต่อยอดเพื่อทำงานตามวัตถุประสงค์ของเพื่อนให้สำเร็จลุล่วง   ไม่นานหลังจากนั้น  ขบวนเพื่อนเพลง  เหล่าศิลปินระดับรากหญ้า  และนักเขียนทั้งเล็กใหญ่ ก็ร่วมลงขันให้สุราษฎร์จัดกิจกรรมเลี้ยงน้ำชากล่อมเพลงก่อนเทศกาลเดือนสิบมาเยือน 

               นี่คงเป็นบันทึกหน้าหนึ่งของนักดนตรีจนๆ ที่เวียนว่ายทำกิจกรรมเพื่อสังคมในเมืองพระ  พวกเขารวมตัวกันจรรโลงโลกอยู่ในเสี้ยวสังคมที่สายตาผู้ยิ่งใหญ่มองไม่เห็น  หากชีวิตในภาวะตกต่ำสุดๆ คล้ายจันทร์ข้างแรม  คงจะมีสักวันที่ดวงจันทร์ของชีวิตเรืองรองสู่คืนจันทร์เต็มดวงสักครา 

               บัดนี้คุณอ่านมาถึงพารากราฟสุดท้าย  และเห็นแล้วว่าชีวิตพวกเขาเป็นเช่นเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่คุณใฝ่ฝัน    คุณอยากพบปะพูดคุยกับเพื่อนผู้คิดคล้าย  ฟังเพลงประสาสร้างสรรค์ด้วยน้ำมือคนเล็กในแผ่นดิน  หัวใจคุณถวิลหาเสรีภาพและมิตรภาพ ผมขอเชิญคุณเดินทางไปเยี่ยมเยือน  แวะพักเหนื่อยที่บ้านพวกเขาสักครั้งเถิด – แล้วเราจะพบกันที่ “บ้านพระจันทร์เรืองฤทธิ์” เรือนพักใจเพื่อนของคุณ.













สมาชิกบางส่วนวง ราษฎร (จากซ้าย สุราษฎร์, เปิ้ล, ปุ๊ สาวนุ้ย ) ซ้อมดนตรีที่บ้านพระจันทร์

chai-corn

  • กลุ่มเท่าถิด(ตั้งกระทู้น้อยมาก)
  • *
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ +0/-0
    • ดูรายละเอียด
    • มอร์ดีไซน์โฮสต์
Re: สุราษฎร์
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2009, 02:28:11 AM »
ขอบคุณพื้นที่ดีๆ ที่ทำให้น้องนักดนตรีรุ่นหลัง ได้ไปซุ่มมองหาประสบการณ์
CORN : www.d7record.com
ชุมชนออนไลน์ของคนนคร : www.nakhontoday.com

พืช สะพาน

  • Administrator
  • เฒ่าเถร&เฒ่าถัม(ตั้งกระทู้มากที่สุด)
  • *****
  • กระทู้: 533
  • พลังน้ำใจ +20/-0
  • ยัีงทอดยาวเท่านาน...สะพานเพลง
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: สุราษฎร์
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2009, 08:19:19 AM »
ยินดีครับ
ต้อนรับขึ้นสะพาน
คุณchai-corn
นำประสบการณ์นักดนตรีรุ่นใหม่ มาแลกกันบ้างก็ได้ ครับ