พิมพ์ครั้งแรก
หนังสือพิมพ์ทางไท คอลัมน์
"วิถีอิสระ"เผยแพร่ทาง
เว็บไซต์เอ๊กโซติก ๒๕๔๗ ถีง ๒๕๕๒
โดย :
สุเมธ สอดจิตต์<<ตอนที่ ๒๓>> สุราษฎร์ ข้าพเจ้าเลี้ยวรถเข้าจอดใต้ร่มเงาไม้ ณ ลานบ้านของเขา หลายวันที่ห่างเหิน ไร้ข่าวคราวว่าเป็นอยู่กันอย่างไร วิถีคนบนถนนดนตรีนั้นข้าพเจ้าพอซึมซับได้ ภาวะอัดอั้น อยากระบายงานเพลงสู่สังคมเพื่อคนร่วมรับฟัง ทำงานรับใช้และสะท้อนภาพจริงของคนชั้นรากหญ้า เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้ต้องเป็นศิลปินให้ได้ จึงมั่นใจในศรัทธาเพลงที่กลั่นจากฐานความคิดของการเป็นราษฎรที่ดี สร้างชื่อเสียงให้สมนาม
สุราษฎร์ ทำหน้าที่นักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรี เป็นผู้นำชาวคณะ
ราษฎร แห่งเมืองคอน
ชายหนุ่มร่างผอมสูง ไว้ผมยาวประบ่า ใส่เสื้อลายดอกไม้หลากสีเดินออกมาต้อนรับแล้วนั่น เขาแย้มยิ้มเห็นริมฝีปากประดับหนวดแหลม ยกมือไหว้ เชิญนั่ง แล้วปลีกตัวไปชงกาแฟเลี้ยงรับผู้มาเยือน ข้าพเจ้าเอนพักพิงเก้าอี้ไม้ รำลึกหลายเรื่องราวที่สุราษฎร์เคยเล่าถึงชีวิตส่วนตัว
ผมเกิดที่สุราษฎร์ธานี จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เพราะฐานะยากจน ต้องช่วยแม่พายเรือขายของชำตามลำน้ำตาปี จนเริ่มหนุ่มจึงเดินทางเข้าไปทำงานในโรงงานเคาะสังกะสีที่กรุงเทพฯ อยู่ท่ามกลางเสียงดังกวนประสาทอย่างแรงได้สองปี ไม่ไหวครับ หูจะแตกตาย เลยถือโอกาสแอบปีนรั้วโรงงานไปหัดเล่นดนตรีตามข้างถนน
สุราษฎร์เล่าประสบการณ์ช่วงวัยรุ่นด้วยอาการหัวเราะเย้ยเยาะชีวิตอย่างแสนเซ็ง ข้าพเจ้านั่งยิ้ม จิบกาแฟแล้วพยักหน้าขอฟังต่อ
เริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ ๑๘ ปีครับ เครื่องดนตรีชิ้นแรก คือ กีตาร์ ส่วนครูดนตรีคนแรก คือ
อานะ นาคร และมีนักดนตรีสายพันธุ์เพื่อชีวิตที่เป็นครูคอยชี้แนะอีกหลายท่าน เช่น
อ.อู๊ด วัฏจักร, อ.ติ๊ก สันกาลา, อ.นิยุติ สงสมพันธุ์ , อ.ติ๊ก ไทลากูน, อ.ภิญโญ ด้ามขวาน
สุราษฎร์เว้นช่วงการพูดคุย นั่งนึกถึงนักดนตรีหลากหลายที่คอยชี้แนะทักษะและการดำรงอยู่บนถนนดนตรี เขาแคะเอาประสบการณ์ค่อนข้างละเอียดมาวางแบ จนข้าพเจ้าจดจำแทบไม่หมดสิ้น คนหนุ่มเคยเล่นดนตรีตามริมฟุตปาทช่วยโครงการอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน
โรงเรียนนพกะ วัดปากบ่อเขตพระโขนง กรุงเทพฯ เคยตระเวนเล่นดนตรีตามผับตามบาร์และร้านอาหารใหญ่ๆ ในเมืองกรุง อาทิ
ร้านตะวันแดงสาดแสงเดือน และ
ร้านพรรคกระยาจก เคยเรียกร้องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพและประชาธิปไตย ร่วมกับนิสิตนักศึกษาประชาชน ในนามองค์กรประชาชน คือกลุ่ม
แนวร่วมประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตย อันมี
ลุงดวง พลีรัตน์ เป็นประธานองค์กร มีอุดมการณ์ร่วมด้วยการเล่นดนตรีไม่ว่าเวทีใดโดยไม่มีค่าจ้าง อย่างเช่นเวทีลาน ส.ว.ป. มหาวิทยาลัยรามคำแหง เวทีท้องสนามหลวง หน้ารัฐสภา หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หรือตามวัด ตามโรงเรียน และชนบทห่างไกล เคยไปเล่นดนตรีหารายได้ช่วยชาวเขาเผ่า
อาข่า ที่ จ.เชียงราย และชาวเลฝั่งอันดามัน เผ่า
มอแกน ร่วมสร้างโรงเรียนสุรัสวดี กับกรมประมง จ.พังงา และอีกหลายพื้นที่ตามถิ่นทุรกันดาร
ชายหนุ่มเล่าอย่างสนุกสนานถึงประสบการณ์ชีวิตระหกระเหินจนเลือกแล้วที่จะเป็นศิลปินเท่านั้น เขายืนยันความเป็นศิลปินโดยการยื่นผลงานแผ่นซีดีเพลงที่ได้บันทึกเสียงเป็นครั้งแรก ในลักษณะงานใต้ดินให้ข้าพเจ้า
ยังไม่จัดจำหน่ายบนแผงเทปทั่วไป หากสนใจสามารถหาซื้อได้ตามงานต่างๆ ที่วงราษฎรได้แสดง สุราษฎร์กล่าวยิ้มๆ อย่างภาคภูมิใจ
ทำเอง! ขายเอง! ข้าพเจ้ากล่าวย้ำความคิดเพื่อการเป็นศิลปินนอกกรอบ
ใช่! - เบื่อนายทุน!! สุราษฎร์กล่าวกระแทกเสียง ใช้ฝ่ามือตบต้นขาฉาดใหญ่ สองเราหัวเราะผ่อนคลาย
อัลบั้มแรกนี่ใช้ชื่อชุด
หัวใจบรรเลง นะครับ ทำงานกันที่กรุงเทพฯ เสร็จมาเกือบสิบปีแล้วสิ ตอนนั้นก็มีสมาชิกคือ ผม -
สุราษฎร์ ชุมภูแดง, สุธานี ชุมภูแดง และ เสาวรส จันทร์เรืองฤทธิ์ เพลงในอัลบั้มก็มี หลวงพ่อจ้อย อย่าเห็นแก่ตัว หัวใจมิตรภาพ สาวสะตอ ทะเล สวน สาวหินหลัก เผาโรงเรียนทำพรือ ชีวิตมอแกน ยาจกจริงใจ เพลงทั้งหมดแต่งคำร้องและทำนองเองครับ
ข้าพเจ้าพลิกดูปกซีดี อ่านดูรายชื่อเพลง เขากล่าวถึงความมุ่งมั่นในการทำงานดนตรีว่า
ในขณะชีวิตผกผันอย่างจัง! แต่ยังคงทำงานทางดนตรีต่อเนื่อง เขียนเพลงเป็นประจำ สะท้อนตามเหตุการณ์และความรู้สึก ควบคู่ไปกับการตระเวนเล่นดนตรีหาประสบการณ์ เพื่อผลงานที่ดีต่อไปน่ะครับ
กาแฟโดนจิบจนหยดสุดท้าย ข้าพเจ้ารินน้ำอุ่นล้างก้นแก้ว เริ่มต้นรินน้ำชาแล้วแลกเปลี่ยนทัศนะและความฝันทางดนตรีประสาคนหนุ่ม
สุราษฎร์กล่าว อยากให้รัฐบาลมีหน่วยงานรองรับ อุ้มชูคนทำงานด้านวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของผู้ยากไร้ เพื่อสิทธิมนุษยชน เสรีภาพและประชาธิปไตย เพื่อความสมดุลทัดเทียมไม่ต้องอัตคัดฝืดเคือง สมมุติถ้าเป็นจริงได้ต้องผลักดันให้มี
กรมดนตรี อย่างเป็นรูปธรรมขึ้นมา เพื่อสนับสนุนและให้ความชัดเจนแก่คนทำงานอย่างแท้จริง เพราะดนตรีมีบทบาทสำคัญทางอารมณ์ ความคิด ชีวิตและจิตใจ
เขาหยุดจิบน้ำชาชั่วครู่ แล้วกล่าวต่อ
ความใฝ่ฝันในการทำงานทางดนตรีของผมก็เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรม เพื่อคนดีแห่งแผ่นดินและคนจนของชาติ เพื่อธรรมชาติและทรัพยากรให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานสืบไป คุยกันอย่างยืดยาว สุราษฎร์มีเรื่องเล่ามากมายให้หัวเราะร่วมกัน เมื่อสบเวลางาม ข้าพเจ้าบอกลาคนหนุ่ม อยู่คนเดียวย่อมได้รำพึงถึงชีวิตตน ช่างโชคดีเหลือเกินที่ไม่ต้องเดินทางเข้าโรงงานเคาะสังกะสี ทำงานเบื่อหน่ายซ้ำซากจนถึงขั้นแอบปีนรั้วเพื่อหนีไปเกลือกกลั้วอยู่กับกีตาร์เช่นเขา แต่นั่นล่ะ คนหนุ่มย่อมมีกำไรชีวิตต่างกัน คือต้นทุนอันเปี่ยมวัตถุดิบที่รอวันสร้างสรรค์ หากชีพนี้ได้ปวารณาแล้วว่าขอเป็น
ศิลปินเท่านั้น สักวันหนึ่งเพื่อนมนุษย์ระดับรากหญ้าคงได้ฟังเพลงจากน้ำมือของคนสามัญ..
ผู้ขอเป็นราษฎรที่ดี...
สุราษฎร์ ชุมภูแดง (แถวนั่งซ้ายสุด) ถ่ายรูปร่วมกับส่วนหนึ่งของสมาชิกวงด้ามขวาน สะพาน ไทลากูน และราษฎร
ณ ลานบ้านพระจันทร์เรืองฤทธิ์ กลางปี ๒๕๔๗