
งานชุด
“แก้วตาดวงใจ” ของ อ.ยงยุทธ์ ด้ามขวาน สังกัดค่ายเพลงรถไฟดนตรี เป็นซีดีเพลง อีกชุด ที่ผมซื้อต้องหามาฟัง ในเมื่อมีวางแผงหราอยู่ในห้างใหญ่สุดของเมืองน่าน และเห็นรูปอาจารย์ยิ้มในตาอยู่คาปก ดูแล้วสบายใจปลอดโปร่ง ผมคาดหวังเพียงได้ซึมซับกับสำเนียงเพลงแบบเดิมๆของอาจารย์
ซึ่งไม่ผิดหวังครับ ฟังเที่ยวแรกผมรู้สึกได้เพียงว่า อาจารย์ทำเพลงที่อนุรักษ์แนวทางตนเองได้อย่างซื่อสัตย์มั่นคง แต่พอหลายๆเที่ยวผ่านไป ผมพบว่าในลีลาดนตรีที่เรียบง่าย สะอาด สะอ้าน เพลงอาจารย์มีสาระคมคายให้แง่คิดซ่อนอยู่หลายเพลง และเพลงอาจารย์และของวงด้ามขวาน เป็นอย่างนี้มาตั้งนานเนแล้ว ผมคงยกมาเล่าให้ฟังได้เพียงบางเพลง
เปิดอัลบั้มนี้ ด้วยเพลง
“คนกลางคืน” สะท้อนชีวิตคนทำงานกลางคืน ในช่วงเวลาที่คนทั่วไปเขาพักผ่อน มีคนบางกลุ่ม ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เอาเวลาพักผ่อนมาทำงาน เป็นชีวิตที่สวนทางธรรมชาติ แต่ก็สร้างความรื่นเริงบันเทิงใจ ให้กับผู้มาเดินบนเส้นทางสำราญ
เพลง
“บ้านใกล้เรือนเคียง” ทำให้ผมนึกถึงการแบ่งปัน ช่วยเหลือจุนเจือกันระหว่างเพื่อนบ้าน ซึ่งนับวัน ภาพเช่นนี้จะจางหาย ไปจากสังคมไทย ต่างคนต่างอยู่ คนไทยน่าจะมีการถ้อยทีถ้อยอาศัย กัน ทั้งในระดับ ครอบครัว ชุมชน และสังคม จะได้ไม่แตกแยกความสามัคคี
“....หนักไปบ้าง เบาไปบ้าง อย่าถือสา ชีวิตพึ่งพา ยังต้องพึ่งพิงจริงใจ มีทำงานยุ่งๆ พูดผิดไปมั่ง บางวันอารมณ์ดีๆ เล่นดนตรีได้หัวเราะ...”เพลง
”แก้วตาดวงใจ” เพลงนี้สะท้อนปัญหาครอบครัวไทย ชีวิตพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกอย่างฟูมฟักรักใคร่ ห่วงใย จนถึงวันที่ลูกแยกครอบครัวใหม่ ชีวิตพ่อแม่จะเป็นอย่างไรต่อไป
“แก้วตาดวงใจ นับแต่นี้ไปยิ่งเริ่มเหินห่าง เรียนจบเธอก็ทำงาน แต่งงานอยู่กับครอบครัว น้ำตาไหลพราก คิดถึงเรื่องราวส่วนตัว ลูกรับปริญญากันทั่ว แยกครอบครัวเลี้ยงเอง...”
เพลง
“ชีวิตที่พอเพียง" เพลงนี้ถ้านำไปเปิดให้คนระดับชาวบ้านฟัง น่าจะทำให้เข้าใจวิถีชีวิตพอเพียง ตามรอยในหลวง ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทางราชการเอง บางทีทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นเรื่องยากลำบาก ต้องวางงบประมาณมากมาย เพื่อไปกระทำให้ชาวบ้านพอเพียง แต่ท้ายสุด กลายเป็น
“เศรษฐกิจเผาผลาญ” ผมเชื่อว่า เพลงมีส่วนช่วย เสริมสร้างสำนึกดีๆ ในเรื่องความพอเพียงได้ ถ้ามันมีโอกาสได้เผยแพร่ และขยายความต่อ โดยคนที่เข้าใจเพลง เข้าใจศิลปะ
“ชีวิตที่พอเพียง ใช่มีเพียงเกษตรกรรม นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งคุณและฉันเราทำกันพอประมาณ...จะเป็นงานเล็กหรือว่างานใหญ่ งานระดับไหน ไม่ทำให้เกินตัว.....”เพลง
“โลกสับสน” เพลงนี้เขียนโดย ปราโมทย์ เต็มดี และมานะ บุญช่วย เสียดสีได้ช่างเจ็บแสบ สะท้อนคนที่จบการศึกษามาแล้ว ไปทำงานแตกต่างจากสาขาที่เรียนมาโดยสิ้นเชิง โลกและสังคมสับสนวุ่นวาย คนขาดความจริงใจ ท้ายเพลงสะใจมาก
“จิตมนูษย์ไม่สิ้นสุดปัญหา ความจริงใจหมดไปทุกเวลา แดดออกก็บ่นฝนตกก็ด่า เป็นธรรมดาสันดานมนุษย์ อย่างนี้เกิดเป็นแมวเสียดีกว่า หรือเป็นหมาอยู่ในแคนทีน วันๆ มีแต่กินๆๆ อิ่มจากกินก็ยังมีผสมพันธุ์...”เพลง
“เพลงป่า” เพลงนี้ผมชอบที่สุดในอัลบั้ม เสียดสี โคตรๆ ในสังคมที่มีแต่เพลง เชิญชวน รณรงค์ให้อนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่อาจารย์ สวนกระแสเสียดเย้ย ว่า ไม่ต่อต้านการทำลายป่า
“ร้องไปทำไมเพลงทำลายป่า เดี๋ยวก็โดนห่ากระสุนเข้ายิงสาดใส่ ต้องป้องกันตัว ไว้ให้ชีวิตปลอดภัย ผมไม่ ผมไม่ ต่อต้านการทำลายป่า การทำลายป่าผมว่าดีแล้ว ภูเขาเกลี้ยงแวว สัตว์ดุร้ายไม่มี พวกคอมมิวนิสต์ ก็ไม่มีที่หลบหนี จะเป็นผลดีต่อประชาธิปไตย...."เพลง
“คอคอดกระ” ตั้งคำถาม ต่อการพัฒนาให้ฉุกคิด ใคร่ครวญ ถึงสิ่งได้ สิ่งที่เสีย เรื่องการขุคคอคอดกระ ตัดแผ่นดินปักษ์ใต้ออกจากแผ่นดินใหญ่ เป็นใหญ่ที่คิดกันมานานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่อาจมีผลกระทบทางการปกครอง มีทั้งฝ่ายสนับสนุน และต่อต้าน
“ไม่มีการได้อะไรมา โดยไม่ได้เสียอะไรไป มีการเสียอะไรไป ก็ต้องได้อะไรมา...”เพลง
“ยงยุทธ์ขอร้อง” ฝากยังคุณโจรแถวจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกร้องให้ยุติการก่อการร้าย เพราะการมีสงครามอย่างนี้ ทำให้ไม่ได้แสดงดนตรีให้แฟนเพลงชม ทุกวันมีแต่ความหวั่นหวาด อยากให้ชาวไทยพุทธ มุสลิม และเพื่อนบ้าน อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สนุกสนานเหมือนเดิม
เพลงอื่นๆ ที่ผมยังไม่ได้กล่าวถึง เพลง
“กลุ้มจริงๆ” “แม่อยู่ในตา” “ขยะ” “คนเวียนเทียน” ต่างก็มีความหมายให้แง่คิด เป็นเพลงเพื่อชีวิต ของศิลปินเพลงรุ่นใหญ่ของชาวใต้ ที่รุ่นหลังๆ น่าจะเอาแบบอย่าง....
นี่คือการแสดง ของอาจารย์ยงยุทธ์ ด้ามขวาน ที่ทุกคนควรหันมาดูชม.....