พิมพ์ครั้งแรก
สารนครศรีธรรมราช ประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๔๖ คอลัมน์
เรื่องราวชาวเพลงเผยแพร่ทาง
เว็บไซต์เอ๊กโซติก ๒๕๔๗ ถีง ๒๕๕๒
โดย :
สุเมธ สอดจิตต์ในเงาของความมืด...สามารถทำได้ ด้วยลีลาพู่กัน ด้วยความสดใสของสี ด้วยเส้นสายลายปากกาหรือแรเงาจากดินสอเข้มผ่านมือเรียวของเขา ทำให้ผมนึกถึงศิลปินหลายคนที่เป็นตำนานในดวงใจซึ่งเวียนว่ายอยู่ในมหานครปารีส พวกเขามุ่งมั่นสร้างงานจิตรกรรมตามอารมณ์สัมผัส ฝ่ากำแพงหนาของสถาบันศิลปะซึ่งเปิดประตูรับเพียงงานขนบดั้งเดิมของรูปแบบคลาสสิก กว่ารอยสีจะประกาศสายทางของตนได้ บางคนล้มหายไปแล้วผลงานจึงเป็นที่ยอมรับ บางคนภาพเขียนขายไม่ได้เลยสักชิ้นในช่วงที่มีลมหายใจ แต่จิตวิญญาณยังเปรมปรีย์อยู่บนแผ่นเฟรมของชีวิต อิมเพรสชั่นนิสต์.. อิมเพรสชั่นนิสต์ ลมหายใจพวกเขาช่างดื่มด่ำอารมณ์อิมเพรสชั่น...
ชายหนุ่มตัวเล็ก อกลุ่ม ผิวดำ นัยน์ตาระบายฝัน รักดนตรีเท่าชีวิต เป็นมิตรกับสรรพสิ่ง ยึดงานเขียนรูปแนวอิมเพรสชั่นนิสต์เป็นลมหายใจ ใฝ่การเรียนรู้ด้วยการอ่าน และชอบซื้อหนังสือขณะที่ข้าวมื้อเย็นยังไม่มีจะกิน ผู้มีจิตวิญญาณพื้นถิ่นอยู่เต็มกาย ชายผู้ท้าทายกับการไม่มีสตางค์แต่ไม่เคยประนีประนอมต่อการช่วยเหลือเพื่อนๆ อหังการ์เล็กๆ ของเขาคือการกล้าประกาศตนว่า
สามารถ.. ทำได้ เขา.. สามารถ รัตนรัตน์ ผู้มีชีวิตเฝ้าค่ำคืน เป็นเงาของความมืด
สามารถทำอะไรบ้าง ?
..สามารถทำงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดินทางทั่วไทย แล้วตัดสินใจลาออก
..สามารถเป็นนักดนตรีสนับสนุนในตำแหน่งเครื่องเคาะ คองกา ทอมบา เครื่องเป่าพื้นบ้านในวงของ
หงา คาราวาน ..สามารถเขียนภาพประกอบในหนังสือวรรณกรรม ของ
สำนักพิมพ์นาคร ..สามารถเป็นนักออกแบบอิสระ เขียนรูปอิสระ
..สามารถรวมกลุ่มกับเพื่อนนักดนตรีหัวก้าวหน้าทำงานเพลงในนาม
กลุ่มชน ..สามารถเล่นดนตรีในห้องบันทึกเสียงให้หลายคนที่มีผลงานเพลงในปัจจุบัน
..สามารถคราล่าสุด ออกอัลบั้มในนามวง
ไทลากูน มีผลงานประพันธ์เพลง และใช้เป็นชื่ออัลบั้ม คือ
เห่เล ..สามารถทำได้...
แดดสวยในเช้าปลายพฤษภา
น้ามาด (ผมคุ้นชินกับสรรพนามนี้ด้วยคารวะ) ในชุดเสื้อลายดอกสีสดใส ใส่รองเท้าแตะ หอบผ้าผ่อน เครื่องดนตรี กล่องสี และผ้าใบเขียนรูป ใส่ท้ายรถของผม ก่อนเอ่ย
ไปส่งที่คิวรถแท็กซี่ปากพนังฝั่งตะวันออก เขาเพิ่งอพยพลาจากเมืองกรุง
ผมจะกลับมาอยู่บ้าน มาวาดลูกจาก ลำพู ลำแพน และดอกไม้ข้างถนน เป็นต้น
แววตาน้ามาดมุ่งมั่น ด้วยศรัทธาแห่งมาตรฐาน อันเป็น
มาดถาน โปรเจ็คท์ ของเขา
ผมเหนื่อยเหลือเกินกับการเดินทาง จากบ้านไปยี่สิบปี ยังตั้งตัวไม่ได้เลย อาจจะเลี้ยงปลาหรือเปิดร้านขายไม้ฉลุลายที่ไหนสักแห่ง พร้อมๆ กับวาดรูป
แล้วดนตรีล่ะ..
ยังเล่น แต่อาจจะเดินทางน้อยลง ที่ผ่านมาไม่เคยจัดการตัวเองได้สักที
แล้วไอ้ที่น้ามาดวาดน่ะ ลูกจาก ลูกเหรียง ลูกเนียง ดอกไม้ดอกหญ้าข้างทางนั่น จะเอาไปขายใคร ? ผมสงสัย
ผมเข้าใจในรสนิยมทางศิลปะของบ้านเรา อีกนานกว่าจะขายได้ คงต้องทำงานเป็นชุดๆ แล้วจัดแสดงที่กรุงเทพฯ กับเพื่อนในกลุ่ม ก่อนส่งงานออกไปขายเมืองนอก ฝรั่ง ชาวต่างชาติ ชอบลีลาลูกจาก ดอกลำพู ลูกลำแพนของบ้านเรา
ใช่! พวกเขารู้ในคุณค่าแห่งจิตวิญญาณพื้นถิ่นของแผ่นดินเรา งานภาพวาดของน้ามาดจึงได้นำไปประดับผนังที่ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้
สามารถ รัตนรัตน์ เกิดและเติบโตในพื้นถิ่น
อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เรียนระดับประถมต้นที่
โรงเรียนวัดบางอุดม ประถมปลายที่
โรงเรียนบ้านบางตะลุมพอ แล้วเดินทางเข้าเมืองเพื่อศึกษาต่อมัธยมต้นที่
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ (รุ่นปลูกหญ้า) รักวิชาศิลปะและภาษาไทยเป็นอย่างยิ่ง ระดับ ปวช.ที่
วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช จากนั้นจึงอพยพย้ายถิ่นเข้า ปวส.ที่
โรงเรียนเพาะช่าง กรุงเทพมหานคร ระดับปริญญาตรีที่
ว.ค.สวนดุสิต เรียนได้สามเดือน แล้วบินออกจากรั้วสถาบันเข้าสู่วงการศิลปะอิสระและดนตรี
ในวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช สามารถเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกับ
บัณฑิตบ้า ลาฆูจุก,
ลุงนันท์ หรือ ตุ้ย ด้ามขวาน และ
อาจารย์ยงยุทธ ดำศรี วงด้ามขวาน ปลายเดือนธันวาคม 2543 ณ ไร่
ลุงคำสิงห์ ศรีนอก (ลาว คำหอม) ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะวรรณกรรม ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อันเนื่องมาจากงานวันเกิดของท่าน ผมได้แจมดนตรีกับน้ามาดและเพื่อนนักดนตรีท่านอื่นเป็นครั้งแรก ครานั้นเราร่วมกันในนาม
ใต้สวรรค์ โปรเจ็คท์ ซึ่งเกิดจากฐานความคิดของ
กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ (นักเขียนซีไรต์ปี 2539)
ในคืนนั้น ผมจำมุขตลกหนึ่งของนักเขียนระดับชาติ
ชาติ กอบจิตติ ได้ดี
เฮ้ย ไอ้มารถ เพลงนายเราขอซื้อสองแสนว่ะ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นกูแต่ง ได้มั้ย ฮา ฮา ไหนลองร้องให้ฟังใหม่ เห่เล เห่ เห้ อะไรนั่นน่ะ
ได้พี่.. น้ามาดยกมือรับคำขอ
เอ้า.. สาม สี่
ชาวเลเร่ร่อนมา ล่องเรือเหนือคงคา
ฝากกายไว้ในเล... เห่ เห้ เห เห่ เห...
ชีเอยหนอชีวา กรรมมาแต่ปางไหน
จับปลาหาเลี้ยงกาย ทำงานตามคลื่นลม
ยามใดคลื่นลมดี ได้ปลาดั่งใจสม
ลูกเมียคลายระทม เงินทองมีเต็มมือ
โซ่ทองคล้องใจพ่อ จะส่งเจ้าเรียนหนังสือ
ปริญญาอันเลื่องลือ ที่เขาถือแทนหน้าตา
ยึดหลักคุณความดี เป็นศรีแก่ตาหน้า
ร้อยใบปริญญา ค่าเพียงเศษธุลี
เสร็จสรรพจับเครื่องมือ ฟ้าเบิกฤกษ์ยามดี
บวงสรวงชลนที ระลึกคุณคงคา
ลมคลั่งทะเลครวญ จำใจต้องไปหา
จำต้องไปหาปลา แลหลังวังเวงใจ
คำนึงถึงลูกเมีย ยามไกลใจโหยหาย
ถ้าโชคดีได้เห็นกาย หากโชคร้ายหายลับตา
ทอดย่างก้าวลงเรือ สายตาจ้องไปหน้า
ล่องเรือเหนือคงคา ฝากกายไว้ในเล*
ในความทรงจำของลูกทะเล ผมยังเห็นภาพเรือแจว เรือผีหลอก เรือหางยาว ที่พ่อเคยใช้ออกหาปลา บางคราไปคนเดียว บางทีไปกับแม่หรือพี่ชาย พี่สาว ค่ำคืนแห่งการรอคอยอันยาวนานที่สุดคือการออกทะเลหาปลาในหน้ามรสุม ฝนตก ลมพัดแรง ภาพของลูกทะเลที่ไหนๆ ก็จะเห็นคล้ายกันว่า พ่อของเราโดดเดี่ยวเพียงไรกลางท้องทะเลในขณะนั้น ทุกลมหายใจของเรา..คนอยู่บ้าน คือการรอคอยพ่อกลับมา...
เพราะฐานรากของเรายากจน พ่อเราเป็นชาวประมง แม่ของเราเป็นชาวนา การไขว่คว้าหาเงินเพื่อลูกได้ศึกษาจึงเป็นฐานทางปรัชญาของบิดามารดาอันยิ่งใหญ่ ซึ่งในภาวะจริงนั้น การต่อสู้ของลูกในปัจจุบันก็ช่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสังคมเมือง เช่นเดียวกับพ่อซึ่งอยู่กลางทะเล
การจากบ้านเพื่อเรียนรู้โลก ศึกษามนุษย์ของลูก สุดท้ายคือการได้กลับมารับใช้แผ่นดินแม่
ซึ่งลูกทะเลวัยสี่สิบกว่า เช่นน้ามาด สามารถ.. ทำได้
สามารถในวันนี้จึงชอบให้ผมเป็นสารถี ขับรถจากในเมืองสู่อำเภอปากพนัง เพื่อมีความสุขกับการชมภาพสองข้างทาง พินิจพิเคราะห์ลีลาต้นไม้ โดยเฉพาะต้นกระท่อม.. เริ่มตั้งแต่บ้านบางจาก เป็นต้นไป...
อำเภอนี้ แปลกสุดในประเทศ ผมผ่านมาทั่วทุกจังหวัด ไม่เคยเห็นที่ไหนปลูกกระท่อมเอาจริงเอาจังกันแบบนี้ แน่ะ.. บางบ้านสร้างเป็นรั้ว น้าน..ต้นนั้นไม่ต่ำกว่าสิบปี เขาปลูกกันแทบทุกบ้านนะ.."
เคยมีการสั่งตัด สั่งโค่น ชาวบ้านก็ตัดก็โค่นตามที่ราชการเขาสั่ง แต่พอถึงฤดูฝนพรำ มันก็แตกหน่อของมันอย่างสง่างาม ผลิใบเขียวชะอุ่ม ชาวบ้านได้เก็บใบไว้เคี้ยวเวลาทำงานอยู่กลางแดด ราชการก็คงได้คิด.. ว่าอย่าไปยุ่ง.."
ความเป็นจริงของชีวิต รากฐานในวัยเด็กของเรา ความรักอิสระ บนผิวพื้นแห่งความยากจน ไม่ต้องมั่งมีแต่ขอให้พอมีกันมั่ง ยังชีพอยู่อย่างชนกลุ่มน้อย ค่อยเดินไปตามถนน ดูแสง ดูเงา ดูมุม เราถ่ายทอดออกมาตามทางของเรา ละเอียดกับการมองโลกและทำความเข้าใจ ไม่ต้องรุนแรง ค่อยสอดใส่อิทธิพลทางความคิดไว้ในงาน บอกไปเลยว่า ที่นี่.. มีคนยากจน แต่มีอิทธิพลทางความคิดอยู่...
สามารถ รัตนรัตน์ ทิ้งคำพูดสุดท้ายก่อนร่ำลากันหลังตีสอง
ค่ำคืนนั้น.. ปลายเดือนพฤษภาคม เราได้แสดงดนตรีในสวนสาธารณะ ที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง...
ลูกทะเล ลูกหลานชาวเมืองคอน ไม่มีชื่อเสียงอะไร.. เขาได้กลับมารับใช้แผ่นดินแม่แล้ว...
----------------------------------------------------------------------------------------
*
เพลง เห่เล งานเพลงวง ไทลากูน อัลบั้ม เห่เล ทวนชัย พิริยะอุดมพร, สามารถ รัตนรัตน์ ขับร้อง : 2545
----------------------------------------------------------------------------------------









