บันทึกจากคอลัมน์
วิถีอิสระ ประจำ
หนังสือพิมพ์ทางไท โดย
สุเมธ สอดจิตต์ พิมพ์ครั้งแรก
หนังสือพิมพ์ทางไท คอลัมน์
"วิถีอิสระ"เผยแพร่ทาง
เว็บไซต์เอ๊กโซติก ๒๕๔๗ ถีง ๒๕๕๒
<<ตอนที่ ๒๒>> เพื่อนเพลง : ติ๊ก ไทลากูน ค่ำคืนต้นเดือนตุลาคม ข้าพเจ้าโทรศัพท์ไปถามข่าวคราวเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ขับกล่อมเพลงชีวิตอยู่ในแดนไกล เราไม่ได้ร่วมเล่นดนตรีกันมาหลายเดือน ด้วยข้าพเจ้ามีภาระงานประจำ ส่วนเขาคือนักดนตรีอาชีพที่เดินทางบรรเลงเพลงไปทั่วทุกถิ่น บัดนี้ เขากำลังเข้าร่วมงานไว้อาลัยในการจากไปของ
ตี้ กรรมาชน ธงนำแห่งกรรมกร ศิลปินอาวุโสคู่วงการเพลงเพื่อชีวิตยุค ๑๔ ตุลาคม ปี ๒๕๑๖ ผู้ละสังขารไปในต้นเดือนตุลาคม ปี ๒๕๔๘ ข้าพเจ้าฝากคำอาลัยผ่านเพื่อนรุ่นพี่ หากเพลง
วิถีคนธรรพ์ ซึ่งแต่งไว้ สามารถขับกล่อมแทนตัวตนของนักดนตรีกบฏได้ ข้าพเจ้าอยากให้เพื่อนเพลงร่วมบรรเลง เพื่อส่งความรัก ความสุข และศรัทธา แด่นักสู้ นักเพลง สายธารเดือนตุลาผู้เป็นวีรชน ในยามที่บรรยากาศเหงาเศร้าเข้าครอบงำ ขอให้วิญญาณเพลงของพวกเขาและพวกเรา ได้สร้างพลังบันดาลใจเพื่ออนุชนรุ่นหลังได้สานต่อ.. และจารจำ...
เข้าทำงานในขนำ เพลง
ปลง ทำหน้าที่ผ่านเครื่องเสียงระบบมินิคอมโป เปิดแฟ้มประวัติเพื่อนเพลงในโน้ตบุ๊ก เจาะจงไปที่เพื่อนผู้เพิ่งกล่าวลาและดลใจให้ข้าพเจ้าฟังเพลงของเขาอยู่
ติ๊ก ไทลากูน เพื่อนรุ่นพี่ผู้เป็นเสมือนอาจารย์ดนตรีคนหนึ่งของข้าพเจ้า ผู้ชำนาญการเล่นกีตาร์เบสจนติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศ ข้อมูลของเขาไหลเรียงผ่านห้วงทรงจำเป็นฉากๆ ชีวิตนักดนตรีพเนจรย่อมมีเรื่องราวมากมาย...
ชื่อจริง
ทวนชัย พิริยะอุดมพร ชื่อเล่น
ติ๊ก ฉายาในวงการดนตรี
ติ๊ก ไทลากูน ภูมิลำเนาเดิม อ.เชียงคาน จ.เลย บิดาชื่อ
สุนทร พิริยะอุดมพร มารดาชื่อ
กลอยใจ พิริยะอุดมพร มีพี่น้อง จำนวน ๘ คน เป็นบุตรคนที่ ๕ ของครอบครัว
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ ที่ ร.ร.อุตรกิจ จ.กระบี่ ชั้น ม.ศ.๓ ร.ร.สงขลาวิทยาคม อ.เมือง จ.สงขลา ระดับ ปวช. วิทยาลัยเทคนิคชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร
เริ่มเล่นดนตรีเมื่อเรียนประถมศึกษาปีที่ ๖ เครื่องดนตรีชิ้นแรก คือ เมาท์ออร์แกน ครูดนตรีคนแรก คือ
ต่อศักดิ์ ศิริลักษณ์ ครูผู้สอนดนตรีในลำดับถัดมา มี
โสภณ จันทมิตรี ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ และ
อ.เกรียงไกร มือเบสแห่งวง
The Bass ทวนชัย มีความสามารถในการเล่นกีตาร์เบสได้ทุกประเภท เช่น กีตาร์เบสอะคูสติก กีตาร์เบสร็อค ดับเบิ้ลเบส กีตาร์เบสไร้เฟลต เคยเป็นนักดนตรีสังกัด
บริษัทนิธิทัศน์ โปรโมชั่น เป็นนักดนตรีสนับสนุนให้วง
คาราวาน และเคยเดินทางร่วมกับคาราวานไปแสดงดนตรีที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง
วีระศักดิ์ สุนทรศรี นักดนตรี นักเขียน ผู้ร่วมก่อตั้งวงคาราวาน ได้กล่าวไว้ในหนังสือบันทึก
คาราวานสัญจร เกี่ยวกับช่วงเวลาระหว่างซ้อมก่อนเดินทางไปแสดงดนตรีที่ประเทศญี่ปุ่น ในวาระครบ ๒๐ ปีของวงคาราวานไว้ว่า
ติ๊กเป็นมือเบสที่หนุ่มกว่าทุกคน เขาเคยเล่นดนตรีหากินมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กนักเรียน ผ่านการเรียนดนตรีและฝึกฝนมาอย่างเป็นระบบก่อนร่วมวงกับพี่หงา เขาเล่นดนตรีแจซซ์มาก่อน ทวนชัยได้เคยร่วมงานกับเพื่อนนักดนตรีที่มีแนวความคิดเดียวกันก่อตั้งวง
กลุ่มชน และบันทึกเสียงในปี ๒๕๓๙ - ๒๕๔๐ โดยให้นิยามว่า
คือ ชนกลุ่มน้อยที่เป็นนักดนตรีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเดินทางพลัดถิ่น เข้าทำงานและรวมตัวกันอยู่ในเมืองหลวง ผลงานเพลงอันโดดเด่นของวงกลุ่มชนที่ทวนชัยได้แต่งคำร้อง ทำนอง และร่วมกันเรียบเรียงเสียงประสานกับสมาชิกในคณะ คือเพลง
ปลง ซึ่งเขาได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า ได้แรงบันดาลใจจากการนั่งดูเชิงตะกอนเผาศพที่วัดแห่งหนึ่งแถบชานเมืองหลวง ขณะนั้นสภาวะความเป็นอยู่ของสมาชิกลำบากมาก เพราะทางวงปฏิเสธการทำงานเป็นนักดนตรีประจำ และลาออกจากหน้าที่นักดนตรีสนับสนุน จึงไม่ค่อยมีเงินเพื่อหล่อเลี้ยงสถานภาพของวง เพลงนี้จึงหลั่งไหลออกมาจากห้วงลึกในจิตใต้สำนึก
เอกลักษณ์สำคัญในเพลงปลงคือ การนำซีตาร์และกลองทับบราของประเทศอินเดียมาเรียบเรียงร่วมกับเครื่องดนตรีสากล เช่น กีตาร์ กีตาร์เบส กลองชุด และมีท่อนด้นสดของเครื่องดนตรีในลีลาแบบภารตะ ประกอบกับทำนองเพลงที่ใช้เสียงร้องประสานเลียนแบบเสียงสวด ทำให้บทเพลงชวนติดตาม
เกิดแก่เจ็บตาย มีกันได้กับทุกคน ไม่ว่ารวยหรือจะยากจน
เกิดแก่เจ็บตาย พระท่านว่าต้องควรปลง จงมั่นคงในการทำความดี
เกิดแก่เจ็บตาย มีกันได้กับทุกคน ไม่ว่าใคร ผิวสีจะอย่างไร
เกิดแก่เจ็บตาย พระท่านว่าต้องควรปลง จงมั่นคงในการทำความดี
(เพลงปลง, วงกลุ่มชน : ๒๕๔๐)
ปี ๒๕๔๔ ทวนชัยหรือที่ใครๆ มักชอบเรียกว่า
ติ๊กๆ ก็ได้ทำวงดนตรีและบันทึกเสียงร่วมกับเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่ง โดยยังมีสมาชิกดั้งเดิมของกลุ่มชนปะปนอยู่ ซึ่ง
กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี ๒๕๓๙ เป็นผู้ให้ชื่อวงใหม่นี้ว่า
ไทลากูน และทวนชัยในฐานะหัวหน้าวงก็ได้รับฉายาประทับไว้ในวงการดนตรีใต้ดินนับแต่นั้นว่า
ติ๊ก ไทลากูน อัลบั้ม
เห่ - เล คือผลงานชุดที่ ๑ ของวงไทลากูน ออกเผยแพร่ในรูปแบบเพลงใต้ดิน เช่นเดียวกับงานของกลุ่มชน มีเพลง
ถนนดนตรี เป็นบทประพันธ์หนึ่งซึ่งถ่ายทอดชีวิตนักดนตรีที่เดินทาง
หอบเอาเสียงดนตรี มามอบให้เป็น
ความรักและศรัทธา ตราบจน
ลมหายใจยังมี ก็ยังคงสู้กันต่อไป นับเป็นภาพเพลงสะท้อนชีวิตการเดินทางเล่นดนตรีมากว่าสามทศวรรษของ
ทวนชัย พิริยะอุดมพร ซึ่งเขาได้ขับร้อง แต่งทำนองและเรียบเรียงเสียงประสาน โดยมี
วีระศักดิ์ ขุขันธิน แห่งวง
สองวัย เป็นผู้ประพันธ์คำร้อง และเพลงนี้ก็ได้ใช้เป็นเพลงเปิดนำรายการ
ถนนดนตรี ทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ซึ่งมี
ภิญโญ รุ่งสมัย เป็นผู้ดำเนินรายการ
กลับจากการเดินทาง เก็บดอกไม้มาฝากเธอ
หอบความรัก มาให้เธอ ให้เธอคอยชื่นชมยามเหนื่อยล้า
หอบเอาเสียงดนตรี ให้ความรักและศรัทธา
จากลำน้ำ และหมู่ปลา จากภูผา ผู้คนฟากฝั่งฟ้าคราม
เรายังเป็นนักเดินทาง ไปบนถนนดนตรี
ลมหายใจยังมี เรายังสู้ต่อไป...
(เพลงถนนดนตรี, วงไทลากูน : ๒๕๔๕)
บัดนี้เพื่อนเพลงยังคงเดินทางและทำงานอย่างเหนื่อยหนักกันต่อไป เขาเคยกล่าวกับข้าพเจ้าในหลายครั้งว่า
เดินทางเล่นดนตรีมาทั่วแผ่นดิน เห็นคนลำบากกว่าเรามีอีกเยอะ อยากทำงานรับใช้สังคมโดยใช้ดนตรีเป็นอาวุธคู่กาย จนกว่าลมหายใจหมดไปโน่นล่ะครับ! มีหลายครั้งที่เขากล่าวพร้อมยิ้มหัวเสียดแทงใจข้าพเจ้าและเพื่อนผู้ร่วมขบวนเพลง
อยากช่วยเหลือเกินนี่ครับ! แต่นั่นล่ะ.. พวกผมเองก็ยังเอาชีวิตแทบไม่รอดนะครับ... ถ้อยคำเช่นนี้เขายังคงพูดกับข้าพเจ้าก่อนกล่าวคำ
สวัสดี ผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเตรียมตัวขึ้นสู่เวทีเข้าร่วมแสดงและไว้อาลัยดวงวิญญาณบริสุทธิ์ของ
ตี้ กรรมาชน ผู้เป็นธงนำแห่งเหล่ากรรมาชีพ ในค่ำคืนหนึ่งต้นเดือนตุลาคม
ด้วยจิตคารวะครับ - ข้าพเจ้ากล่าวลาเช่นกัน.
http://two.xthost.info/toobexotic/video/2plongd.swf"เพลงปลง, วงกลุ่มชน : ๒๕๔๐"
นัดแนะเพลงก่อนขึ้นเวที : งานมรดกโลก จ.อยุธยา ธันวาคม ๒๕๔๕
จากซ้าย มาดถาน ยืนเป่าฟลุต, นิด กรรมาชน สวมแว่น, ตี้ กรรมาชน นั่งกลางสวมเสื้อลายตาหมากรุก, ผู้เขียน นั่งเล่นกีตาร์, ติ๊ก ไทลากูน เสื้อลายขวาสุด